หมวด ‘พระปิดตา’

พระปิดตา แร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี นนทบุรี (องค์ที่2)

ชื่อพระ: พระปิดตา แร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี นนทบุรี (องค์ที่2)

รายละเอียด : พระอายุรวมร่วมๆร้อยปี ผิวเปิดเป็นเกร็ด สนิมดำ เสี้ยนแร่ครบสูตร พิจารณาด้วยภาพ

 

พระปิดตา หลวงพ่อทัพ วัดอนงค์ เนื้อเมฆสิทธิ์

ชื่อพระ: พระปิดตา หลวงพ่อทัพ วัดอนงคงคาราม เนื้อเมฆสิทธิ์

รายละเอียด : นี่แหละคือพระที่เดิมทีหล่อผิวเดิมๆจากวัด พระจะหนาใหญ่ ผิวไฟน้ำทองยังเขียว หล่อออกมาเป็นแบบนี้เกือบทั้งหมดแล้วจึงนำไปแต่งตะไบกันอย่างที่เล่นหากันทุกวันนี้ จะหาสภาพที่เดิมๆแบบนี้หายาก ส่วนใหญ่จะนำไปแต่งเกือบทั้งหมด พอแต่งแล้วคราบรอยขี้เบ้าชาดยาแดงก็จะหายหมดทำให้การพิจารณาค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถของผู้ที่ชำนาญ เพราะเนื้อเมฆสิทธิ์ตามสูตร ต้องเขียวปีกแมงทับ เหลืองอมส้มขัดจะขาวและกลับเป็นสีเดิมภายในเวลาอันสั้น รอยตะไบ ขี้เบ้า ยาแดง มีส่วนสำคัญในการพิจารณา

พระปิดตาหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ พิมพ์หูกระต่าย

ชื่อพระ: พระปิดตาหลวงปู่นาควัดห้วยจระเข้ พิมพ์หูกระต่าย

รายละเอียด : สุดยอดพระปิดตาในตำนาน ตัวจริงๆ หายาก อายุความเก่าของโลหะเมฆพัตร รวมถึงรอยจารและลายมือเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณา องค์นี้เป็นพระที่หล่อไม่ติดเข่ามาแต่เดิม เป็นพระที่ติดตัวเดินทางไกล เป็นประจำ

พระปิดตา งาแกะ หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน

ชื่อพระ: พระปิดตา งาแกะ หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน

รายละเอียด : งาเก่าร่วมร้อยปี พระสูงเกือบสองเซน แกะศิลป์มันส์มาก ไม่ได้ค่อยเห็นศิลป์แบบนี้ รอยจารภาษาขอม สันนิฐานว่าน่าจะหลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน ขอขอบคุณพี่ หมู บึงนาราง บรรยายด้วยภาพ

พระปิดตาสายเมืองชลบุรี

 

ชื่อพระ: พระปิดตาสายเมืองชลบุรี

รายละเอียด : สภาพเกือบจะ 100 % พิมพ์พระลึกมาก ตรวจสอบแล้วเป็นพิมพ์ใหญ่หลังแบบถูกต้องตามมาตรฐานสากล เนื้อขาวแห้งจัด ผิวเดิม เนื้อผงคลุกรักตามสูตร  พระองค์นี้ไม่ได้จุ่มรัก แต่ปิดทองเก่ามาเดิม  ไม่รู้จะพูดเป็นภาษาอะไร บรรยายด้วยภาพ

พระปิดตา หลวงพ่อแย้ม วัดด่านสำโรง

ชื่อพระ: พระปิดตา หลวงพ่อแย้ม วัดด่านสำโรง

รายละเอียด : ”เมื่อเอ่ยถึง หลวงพ่อแย้ม วัดด่านสำโรง ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก คนในวงการพระต้องรู้จัก เพราะท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ขมังเวท
วัดด่านสำโรง ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งซ้ายริมคลองสำโรง ซึ่งอยู่ห่างจากประตูน้ำสำโรงประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในคลองสำโรง เดิมเรียกกันว่า วัดด่าน เพราะที่ตรงนั้นเดิมเป็นด่านตรวจภาษี ต่อมาได้จัดตั้งเป็นวัดขึ้น ชาวบ้านในย่านนั้นจึงเรียกกันว่า “วัดด่าน” คำว่า วัดด่าน นั้น ถ้าพูดว่า วัดด่าน ก็จะบังเกิดความงุนงงสงสัย เพราะวัดด่านมีอยู่หลายแห่งด้วยกัน ไม่รู้จะเรียกอย่างไรถูก ว่าวัดไหนอยู่ที่ไหน วัดด่าน ต.บางโพงพางก็มี ต่อมาชาวบ้านเลยพากันเรียกว่า วัดด่านสำโรง อันเป็นที่ทราบกันดีว่า วัดด่านสำโรง เป็นวัดที่ หลวงพ่อแย้ม พระเกจิอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางเวทมนตร์คาถาอยู่จำพรรษาที่นั่น จนตลอดอายุขัยของท่าน หลวงพ่อแย้ม เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเก่งกาจทางไสยเวท มีวิชาอาคมเข้มขลัง เชี่ยวชาญถึงขนาดชาวด่านสำโรงร่ำลือกันว่า ท่านสามารถย่นระยะทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อปี ๒๔๖๕ หลวงพ่อแย้มได้สร้างพระปิดตา เป็นเนื้อผงคลุกรักปิดทอง ด้านหลังอูมแบบหลังเบี้ย ท่านสร้างแจกจ่ายให้แก่บรรดาลูกศิษย์ลูกหา เนื่องในวาระอายุครบ ๘๐ ปี อิทธิวัตถุมงคลของท่านได้ผลหลายสิ่งหลายประการ และยังมี ผ้ายันต์ กับ ตะกรุด จนปรากฏเกียรติคุณไปทั่วทุกสารทิศ การสร้างวัตถุมงคล พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก หลวงพ่อแย้มสร้างจากผงวิเศษ ที่เขียนอักขระยันต์บนกระดานชนวน แล้วลบผงเก็บสะสมไว้ รวมกับผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงมหาเสน่ห์ ว่าน ๑๐๘ และผงใบลานเผาไฟ จากนั้นท่านก็เอามาคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงเอารักลงเคล้าผสมนวดให้เข้ากันด้วยอาคม เมื่อเข้ากันดีแล้ว ท่านจะนำมากดพิมพ์ โดยจะกดเป็นองค์ปฐมฤกษ์ แล้วพระเณรก็ช่วยกันกดลงในแม่พิมพ์บ้าง ปิดทองคำเปลวบ้าง พระปิดตาหลวงพ่อแย้มนี้ มีพิมพ์เดียวในตอนแรก เมื่อทำออกไม่ทันแจก ก็ไปยืมพิมพ์หลวงพ่อปาน วัดบางกระสอบมา ๑ พิมพ์ ดังนั้น พระปิดตา หลวงพ่อแย้ม จึงมีลักษณะคล้ายพระปิดตา หลวงพ่อปาน วัดบางกระสอบ มากทีเดียว ส่วนในด้านเนื้อหา พระปิดตาของหลวงพ่อแย้มจะค่อนข้างนวลกว่าของวัดบางกระสอบ โดยเฉพาะที่จุ่มรัก ยิ่งสังเกตได้ง่าย เป็นดำอมเทา หรือที่เรียกกันว่า เนื้อกะลามะพร้าว ก็เป็นชนิดกะลาไม่สู้จะแก่นัก ส่วนมากจะปิดทอง บางองค์ก่อนจะปิดทองก็ลงรักน้ำเกลี้ยงไว้ด้วย
วัตถุมงคลของหลวงพ่อแย้ม เป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วกันว่า มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม คงกระพันชาตรีเป็นเยี่ยม ดังนั้นจึงมีชื่อเสียงกิตติคุณกระฉ่อนไปทั่วมุมเมืองทุกหนทุกแห่งอยู่ในปัจจุบัน หลวงพ่อแย้มนั้นนอกจากจะมีวิชาอาคมแล้ว ในด้านวิปัสสนาท่านก็เชี่ยวชาญยิ่ง สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้เป็นอย่างดี เช่น ครั้งหนึ่งมีญาติโยมเจ็บไข้ได้ป่วย ได้ใช้ให้คนมานิมนต์ท่าน แต่ท่านกลับไม่รับนิมนต์ โดยบอกว่าไปก็ตาย ไม่ไปก็ตาย ครั้นเมื่อคนที่ถูกใช้ให้มานิมนต์หลวงพ่อกลับไปถึงบ้าน ในที่สุดคนเจ็บก็ตายจริงๆ อย่างท่านว่าไว้ทุกประการ เมื่อเวลามีงานวัด ไม่ว่าจะมีลิเกละครก็ตาม หลวงพ่อจะต้องไปลงกลองในวงพิณพาทย์ เมื่อลงเสร็จแล้วท่านจะตี ๓ ที รับรองได้ว่าคืนนั้นจะไม่มีเรื่องมีราวกันภายในงานวัดเด็ดขาด คนที่เข้ามาในงานวัดจะต้องมีเมตตาต่อกันหมด อันนี้ก็แสดงให้เห็นว่าท่านมีเมตตาจิตสูงส่งจริงๆ ท่านแผ่เมตตาให้แก่ทุกคนที่มาทำบุญเที่ยวงาน โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ทำให้ผู้คนรักใคร่สามัคคี ดังนั้น วัตถุมงคลของท่านจึงหนักไปในทางเมตตามหานิยมมากกว่าในทางอื่น พระปิดตาผงคลุกรักของท่านนั้นสร้างรุ่นเดียว ทำพิมพ์ขนาดเดียวกัน มีผู้ยืนยันว่า ทำพิมพ์เดียว และมีลักษณะเป็นพระปิดตาแบบองค์เท่าๆ กัน สันนิษฐานว่าอาจมีถึง ๓ พิมพ์ มีเรื่องประหลาดที่ผู้รู้เล่าให้ฟังว่า มีพระหนุ่มองค์หนึ่ง เป็นคนทรงหลวงพ่อแย้ม มีคนเคารพนับถืออย่างมาก เมื่อหลวงพ่อแย้มมาเข้าทรง แล้วก็สร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักออกแจกจ่ายผู้ที่เคารพนับถือ ได้มีกำนันผู้หนึ่งไม่มีความนับถือ คิดว่าเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องเหลวไหล ไร้สาระ ไม่มีมูลความจริง จึงไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น อยู่มาวันหนึ่ง กำนันผู้นั้นได้ไปทำธุระที่วัด เห็นพระหนุ่มรูปนั้นกำลังเข้าทรงอยู่พอดี กำนันก็เลยเข้าไปดูว่า ที่เขาร่ำลือว่าหลวงพ่อแย้มมาเข้าทรงนั้น เท็จจริงประการใด ขณะนั้นพระหนุ่มผู้เป็นร่างทรงหลวงพ่อแย้ม มองเห็นหน้ากำนันเท่านั้น ได้ชี้มือมาที่กำนันแล้วบอกว่า “เอ็งมาทำไม ไหนว่าเอ็งไม่นับถือข้าไงล่ะ” กำนันแกจึงนึกแปลกใจว่า เอ๊ะ ทำไมจึงรู้ได้ ก็เราเพียงคิดในอยู่ในใจเท่านั้น กำนันแกถึงกับนิ่งอึ้ง แล้วแกก็ได้เห็นมีผู้เอาตะกรุดมาให้ลงบ้าง เอาผ้ายันต์มาให้ลงบ้าง กำนันแกนึกแปลกใจว่า ปกติพระหนุ่มรูปนี้ไม่เคยเขียนอักขระขอมได้เลย ทำไมจึงเขียนอักขระขอมได้ และทำไมตอนทรงจึงเขียนได้ ดังนั้นความเชื่อจึงมีมาครึ่งหนึ่งแล้ว กำนันเล่าว่า ได้ขอเอาผ้ายันต์ที่เขาเอามาลง นำมาพิจารณาดู จึงจำได้ว่าเป็นลายมือของหลวงพ่อแย้มแน่ เพราะเคยเห็นเมื่อครั้งที่ท่านมีชีวิตอยู่ กำนันบอกว่า ถึงตอนนี้ก็เลยต้องเชื่อเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าวิญญาณของหลวงพ่อมีจริง และยังเคยได้รับแจกมาหลายองค์ ส่วนเหรียญนั้น ลูกศิษย์สร้างแจกในงานศพท่าน ก็ยังมีอภินิหารไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเหรียญดังๆ ทั้งหลายเหมือนกัน จึงนับเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่น่าเสาะหาเป็นอย่างยิ่ง หลวงพ่อแย้ม ท่านมรณภาพในปี ๒๔๘๑ รวมสิริอายุได้ ๙๖ ปี แต่ชื่อเสียงเกียรติคุณความดีของท่านยังคุกรุ่นอยู่ในยุทธจักรพุทธาคม อย่างไม่มีวันที่จะลืมเลือน ดังจะเห็นได้จากประชาชนทั้งหลายที่พากันไปกราบไหว้บูชารูปหล่อที่ประดิษฐานอยู่ที่ศาลา ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียน พร้อมทั้งบุปผามาลัยไม่ขาดสาย รูปหล่อองค์หลวงพ่อนั้น เหลืองอร่ามด้วยทองคำเปลว อันเป็นเครื่องสักการบูชา เพื่อรำลึกถึงความดีอันเป็นอมตะอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ ดังนั้น ใครมีพระปิดตาผงคลุกรักของหลวงพ่อแย้ม นับว่าโชคดีที่สุด เพราะพระท่านมีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมสูงนั่นเอง” ขอขอบคุณข้อมูลจากเวปPalungjit.comโพสโดยสมาชิกชื่อvacharaphol

พระปิดตา หลวงพ่อทัพ วัดทอง บางกอกน้อย (องค์ที่2)

ชื่อพระ: พระปิดตา หลวงพ่อทัพ วัดทอง เนื้อเมฆพัตร  

รายละเอียด : พระปิดตาองค์นี้ เป็นพระเนื้อเมฆพัตร จากสภาพพระดูแล้วได้อายุความเก่า พระผ่านการสร้างมาร่วมๆร้อยปี ก็คงต้องผ่านมรสุมมาอย่างโชคโชน พระองค์นี้หัวเขาด้านขวาขององค์พระน่าจะหล่อไม่ติดมาเดิม(เป็นการสันนิฐานโดยส่วนตัว)และการเวลาผ่านมาจนพบช่างฝีมือที่เก่งได้มาเติมเข่าในภายหลัง ยอมรับว่าคนที่เติมหัวเข่าพระองค์นี้ต้องเก่งมากๆ รอยต่อสนิดมาก บรรยายด้วยภาพ

    

พระปิดตาหลวงปู่นาควัดห้วยจระเข้ พิมพ์สะดือจุ่น

ชื่อพระ: พระปิดตาหลวงปู่นาควัดห้วยจระเข้ พิมพ์สะดือจุ่น

รายละเอียด : เป็นพระปิดตาในตำนาน ตัวจริงๆ หายากมาก น้อยคนที่จะได้เห็น ใครมีไว้ก็หวงแหน องค์นี้เนื้อหาถึงยุค อายุความเก่าของโลหะเมฆพัตร รวมถึงรอยจารและลายมือเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณา

 

พระปิดตาแร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี นนทบุรี (องค์ที่ 1)

                                ชื่อพระ: พระปิดตา แร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี นนทบุรี (องค์ที่ 1)

รายละเอียด : เป็นพระปิดตาในตำนานอีกองค์ที่สร้างจากโลหะหายาก ที่เค้าเรียกกันว่าแร่บางไผ่ น้อยคนที่จะได้เห็น ใครมีไว้ก็หวงแหน องค์นี้เนื้อหาถึงยุค อายุความเก่าของโลหะ รอยเสี้ยน  คราบขี้เบ้า รวมถึงการเดินยันต์ และพิมพ์หุ่นเทียน  เป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาพระแท้

    

พระปิดตาหลวงพ่อทัพ วัดทอง บางกอกน้อย (องค์ที่1)

ชื่อพระ: พระปิดตาหลวงพ่อทัพ วัดทอง เนื้อเมฆพัตร

รายละเอียด: พิมพ์นี้ โดยส่วนตัว อาจจะไม่ตรงตามมาตรฐานสากล แต่โดยเนื้อหาของโลหะ  และการเดินลักษณะยันต์(เส้นขนมจีน) ฟ้องว่าเป็นของสำนักวัดทองเท่านั้น บวกศักดิ์ศรี เมฆพัตรอันเป็นโลหะศักดิ์สิทธิ์ เกิดรูพรุนปลายเข็มทั่วองค์ ตามซอกผิวไฟยังมีให้เห็นเยอะพอควร คนรุ่นเก่าเห็นแล้วต้องบอกว่า “อย่างนี้ซิตัวจริง หล่อที่วัดและทันยุคแน่นอน”
                            

ปฎิทิน
เมษายน 2014
พฤ อา
« มิ.ย.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  
?php ?> ?>